
วันนี้ได้มีโอกาสไปดู Chicken Little ซึ่งฉายเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว ที่ Emporium คนดู ดูบางตามาก ๆ สำหรับคืนวันศุกร์ แต่รอบ 22.00 น. ซึ่งค่อนข้างดึกสำหรับหนังครอบครัว ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนดูน้อยก็เป็นได้ สังเกตได้จากมีเพียงครอบเดียวที่พาเด็กมาด้วย
ความตั้งใจในการดูหนังเรื่องนี้ มีอยู่หลายเหตุผล เหตุผลหนึ่งก็คือ อยากจะรู้ว่า ในเมื่อ ดิสนีย์ หันมาทำหนังอนิเมชัน 3 มิติ เอง โดยไม่พึ่ง พิกซาร์ ซึ่งจริง ๆ เรื่องฝีมือก็ไม่ได้พึ่งอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมา ช่วยเพียงแค่การจัดจำหน่ายเท่านั้น จึงถือว่า Chicken Little เป็นหนัง 3 มิติเรื่องแรกของดิสนีย์เลยก็ว่าได้
สำหรับความสำเร็จในระดับ 124 ล้านเหรียญ ในการลงฉาย 5 สัปดาห์ จึงถือว่าเป็นฝีมือล้วน ๆ ของดิสนีย์ ถ้าลองนึกถึงหนังการ์ตูนของดิสนีย์ที่ทำเงินได้ในระดับนี้ ก็ต้องย้อนไปนานทีเดียว
พูดถึงหนังเรื่องนี้ โดยรวมถ้าพูดถึงความบันเทิงสำหรับครอบครัว ถือว่าสอบผ่าน คุณพ่อคุณแม่พาลูก ๆ มาดูน่าจะดี แล้วเทียบกับช่วงนี้แล้ว ถือว่ามีคู่แข่งแค่ Harry Potter เรื่องเดียวที่สูสี แต่ถ้าจะให้ Recommend คิดว่า Chicken Little น่าจะเหมาะกว่า เพราะมีคติสอนใจสำหรับเด็ก ๆ ส่วนการดำเนินเรื่อง สู้กับ Harry Potter ไม่ได้เลย
ถ้ามาเจาะสำหรับกลุ่มอื่น ๆ ในวงกว้าง ก็เป็นความสนุก ที่ทำให้หัวเราะได้เป็นช่วง ๆ แต่ต้องไม่คิดมากนะ เพราะมุขบางมุขดูจะไม่ค่อยขำนัก เช่น ตอนเปิดเรื่อง ที่พยายามล้อเลียนหนังดิสนีย์เรื่องก่อน ๆ ซึ่งมุขนี้คล้าย ๆ กับ Shrek มาก ๆ ถ้าตัดการล้อเลียนไปเลยน่าจะดีกว่า บุคลิกของเจ้า Chicken Little ถือว่าสอบผ่าน ส่วนคนอื่น ๆ ดูจะขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง เช่น เจ้า Runt ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้คุณป้า Barbra Streisand และร้องเพลงในยุค 80’s ได้แทบจะทุกเพลง Character ของ Runt ไปผูกกับเพลงมากไปหน่อย ช่วงแรก ๆ ก็ขำดี แต่ใช้บ่อย ๆ ชักเริ่มเบื่อ แต่ต้องยอมรับว่า เพิ่มสีสันให้กับหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
การดำเนินเรื่อง ช่วงครึ่งแรกให้ความสนุกสนาน หลากหลายรูปแบบ ทั้งเศร้า สะเทือนใจ ตื่นเต้น ฮากลิ้ง ได้อย่างค่อนข้างลงตัว พอมาครึ่งหลัง ที่คุณพ่อไก่ Buck Cluck สร้าง Character ดูไม่ค่อยมีน้ำหนัก ดูจะไม่เชื่อมั่นในตัวลูกเอาซะเลย ซึ่งขัดกับอดีตที่เคยเป็นนักกีฬาโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ ดูอ่อนแอเกินไปหน่อย
ส่วนที่ชอบของครึ่งแรกอีกอย่าง ก็คือ เพลงประกอบ ช่วงที่เจ้า Chicken Little ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้ง อุปสรรคมากมายระหว่างเดินทางไปโรงเรียน ถือว่าทำเพลงโอเคนะ ทั้งเนื้อหา เสียงร้องและดนตรี ได้ระดับใกล้เคียงกับ Toy Story ทั้ง 2 ภาค แต่ก้อกลายเป็นข้อด้วยนิดหน่อย ที่อารมณ์เพลงดูใกล้เคียงกันไปนิด
มุขที่ทำได้อย่างฉลาด ก็คือ มุขที่คนพากย์เบสบอล พูดถึงการแข่งขันเพื่อเอาชนะกันในเกมว่ามันเป็นเพียงแค่การเยาะเย้ย ถากถาง ของผู้ชนะ ซึ่งดูแล้ว ต้องคิดเลยว่า เราดูกีฬาเพื่ออะไร แข่งกีฬาเพื่ออะไร สปิริตอยู่ตรงไหน คุณพ่อสามารถสอนลูก ๆ ในเรื่องกีฬาได้ด้วย
Character ของเจ้า Chicken Little ที่เด็ก ๆ ควรจะเอาอย่างก็คือ การเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความพยายามอยู่เสมอ ไม่ท้อถอยแม้เคยล้มเหลวมาแล้ว เฝ้ารอโอกาสที่จะแก้ตัว แล้วโอกาสก็มาจริง ๆ แง่คิดสำหรับเด็ก ๆ นี่ต้องให้คะแนนเต็ม เพราะยังไงเด็ก ๆ ถ้าดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบ ยังไงก็ต้องชอบ Chicken Little ด้วย และยังเป็น Character หลักของหนังอีกด้วย เด็ก ๆ ก็จะซึมซับไปได้ง่าย ๆ เทียบกับ Harry Potter ที่มัวแต่คิดจะแก้แค้น คนที่คุณก็รู้ว่าใคร อยู่ตลอดเวลา อันนั้น น่าเป็นห่วงสำหรับค่านิยมการแก้แค้น ซึ่งไม่น่าจะดีสำหรับเด็ก
โดยสรุปหนังเรื่องนี้มีแง่คิดที่ดี เป็นความบันเทิงที่เหมาะสำหรับครอบครัว แต่ยังมีจุดด้วยเยอะในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะมาก คิดว่าถ้าประณีตกว่านี้ น่าจะกลายเป็นหนังฮิตระดับ 200 ล้านเหรียญในอเมริกาได้อย่างไม่ยากเย็น
คะแนน 3 ดาว เต็ม 5 ห้าดาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น